my memory

Wednesday, January 31, 2007

"19 ข้อคิดเพื่อชีวิต ดีดี"
1. อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
2. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตามเราไม่ต้องไปคุยทับ ปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย
3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่ว ๆ เท่านั้น
4. หัดทำสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
5. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช้เรื่องคอขาดบาดตายแล้ว อะไรๆมันก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก
6. ใช้เวลาน้อยในการคิดว่า "ใคร" เป็นคนถูก แต่ใช้เวลาให้มาก ในการคิดว่า "อะไร" คือ สิ่งที่ถูก
7. เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราสู้กับ "ความโหดร้าย" ในตัวคน
8. คิดให้รอบคอบ ก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ
9. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
10. เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้ว ตั้งแต่เรายังไม่เกิด
11. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถาณการณ์อันเลวร้ายเพียงใด....สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
12. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามเราว่า "เป็นยังไงบ้างตอนนี้" ก็บอกไปเลยว่า "สบายมาก"
13. อย่าพูดว่า มีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมี มันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่าๆกับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์, ไมเคิลแอนเจลโล, แม่ชีเทราซา, ลีโอนาร์โด ดาวินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั่นเอง
14. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
15. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น
16. จริงจังและเคียวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
17. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น
18. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด
19. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิตให้ "ยืนยาว" แต่เห็นว่ามันร

Wednesday, January 03, 2007

เอามาฝาก

น้ำกล้วยหอม
ก่อนที่จะทำจะต้องนำกล้วยหอมไปล้างให้สะอาดก่อนสิ่งที่ต้องเตรียม1. กล้วยหอมหั่นเป็นชิ้น 1 ถ้วย2. น้ำสุก 1 ถ้วย3. น้ำเชื่อม4. เกลือแล้วก็นำลงไปใส่ในเครื่องปั่นก็จะได้น้ำกล้วยหอมอร่อยๆๆแล้ว
น้ำแตงโม
สิ่งที่ต้องเตรียม1. แตงโม2. น้ำตาลทราย 4 ถ้วย3. เกลือ 1 ช้อนชา4. มะนาว 2 ช้อนโต๊ะก็เริ่มแรกเอาแตงโมมาคั้นเป็นน้ำ 10 ถ้วยแล้วก็นำทุกอย่างใส่ลงเครื่องปั่นใส่น้ำแข็งก็จะได้น้ำอร่อยๆๆแล้วละ
น้ำข้าวโพด (นม)
ก็สำหรับน้ำข้าวโพดหรือน้ำนมข้าวโพดเป็นน้ำที่คนส่วนใหญ่ชอบทานกันมากเพราะว่านอกจากจะอร่อยแล้วยังให้คุณประโยชน์ที่มากมายอีกเรามาเริ่มต้นการทำกันเลยสิ่งที่ต้องเตรียม 1. ฝักข้าวโพด2. น้ำสุก3.ผ้าขาวบาง4. เกลือ5. น้ำมะนาวและน้ำเชื่อมเริ่มด้วยการนำข้าวโพดไปลวกแล้วแกะเมล็ดออก 1 ถ้วย นำไปใส่ในเครื่องปั่นจากนั้นกรองออกด้วยผ้าขาวบาง เติมเกลือ น้ำมะนาว แล้วก็เติมน้ำเชื่อมก็จะได้น้ำข้าวโพดอร่อยๆไว้ทานกัน

Tuesday, November 28, 2006

กรุ๊ปเลือด กับ การ เลือกรับประทานอาหาร

กรุ๊ปเลือด กับ การ เลือกรับประทานอาหาร
กรุ๊ป A
คนที่เลือดกรุ๊ป A จะอ่อนไหวต่อโรคมะเร็งมากกว่า หมู่อื่นๆควรลดหรือละเว้น นม เนื่องจากแอนติเจนที่อยู่ในเซลล์ของเลือดกรุ๊ป A ควรหันมารับประทานกันเพิ่มขึ้นก็คือ พวกผักใบ เขียว ใบเหลือง รวมทั้งธัญพืช และถั่วต่างๆ
กรุ๊ป B
พวกที่อยู่ในกลุ่มเลือดกรุ๊ป B ถือว่าเป็นเลือดที่ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นอันดับสามของมนุษย์ การดื่มนม และรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ ทำจากนม โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าท้องไส้จะปั่นป่วน หรือท้องเฟ้อเรอเหม็น เปรี้ยว อย่างคนกรุ๊ปเลือด Aนอกจากนี้ อาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ ก็ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น แต่สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง คือ เนื้อไก่
กรุ๊ป O
ถือว่าเป็นเลือดกรุ๊ปแรกของมนุษย์เราเลยก็ว่าได้ดังนั้น คนที่มีเลือดกรุ๊ป O จะมีสุขภาพแข็งแรงดี เมื่อกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เป็ด ไก่ และปลา (ยกเว้นหมู) แล้วก็ออกกำลังกายหนักๆ เช่นเต้าเอโรบิคคนที่มีเลือดกรุ๊ป O มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคแผลเน่าเปื่อย หรือเกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ปอื่นๆ อีกด้วย
กรุ๊ป AB
มาถึงเลือดกรุ๊ปสุดท้ายที่เกิดขึ้นในหมู่มนุษย์เราคนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้มีเพียงแค่ 2% เท่านั้นเอง จะมีลักษณะคล้ายๆ คนเลือดกรุ๊ป B คือ รับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้ แต่ก็มีจุดอ่อน คือ ระบบย่อย อาหาร มักจะมีกรดเกิดขึ้นมาก ในท้องส่วนล่าง หรือลำไส้ใหญ่ดังนั้นข้อ แนะนำก็คือ ควรรับประทานเนื้อสัตว์ในปริมาณที่น้อยและอย่าบ่อยนัก อาจสังเกตได้ง่ายๆ ถ้ามีอาการผิดปกติ คือ จะเรอบ่อย

Tuesday, October 31, 2006


มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549
ราชพฤกษ์ 2549 – มหกรรมแห่งการเฉลิมฉลองในปี 2549 ประชาชนชาวไทย จะมีโอกาสได้ร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในวโรกาสมหามงคลถึง 2 วาระด้วยกัน คือ การเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษาในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 และจะทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2550
ดังนั้น เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติฯและถวายความจงรักภักดี รัฐบาลไทยจึงมีมติจัดงาน มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ขึ้น ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 – 31 มกราคม 2550 ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เป็นมหกรรมแห่งการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ ที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าใต้ร่มพระบารมี จะได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน
งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ จะเป็นงานมหกรรมพืชสวนที่สวยสดงดงามที่สุดงานหนึ่งของโลก และยังเป็นงานมหกรรมระดับโลกที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย อันมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯพระมหากษัตริย์ผู้เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย การจัดงานครั้งนี้ จึงกำหนดจัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยมุ่งเน้นการเผยแผ่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพในด้านการเกษตรกรรม และโครงการในพระราชดำริ ซึ่งได้ทรงคิดค้นและก่อตั้ง เพื่ออำนวยประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนชาวไทย
ราชพฤกษ์ 2549 – มอบความรักสู่มวลมนุษยชาติ งาน มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 จัดแสดงบนพื้นที่รวม 470 ไร่ เป็นงานที่ได้รับการรับรองจาก สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และ สำนักงานมหกรรมโลก (BIE) โดยจะมีการแสดง ความหลากหลายของพืชพรรณไม้ต่างๆ กว่า 2,200 ชนิด จำนวนกว่า 2 ล้าน 5 แสนต้น ซึ่งนับว่าเป็นมหกรรมพืชสวนโลกเขตร้อนชื้นที่สมบูรณ์ที่สุดของโลก
กิจกรรมสำคัญอีกประการหนึ่งภายในงาน ราชพฤกษ์ 2549 คือ การจัดสวนเฉลิมพระเกียรติฯซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ องค์กรภาครัฐและเอกชน รวมทั้งบริษัทมหาชนและรัฐวิสาหกิจ ได้มีส่วนร่วมเฉลิมพระเกียรติฯและถวายความจงรักภักดี ด้วยการจัดสวน และการร่วมจัดแสดงกิจกรรมประเภทต่างๆ ภายในงาน
ด้วยการนำเสนอสาระสำคัญของการจัดงาน คือ การมอบความรักสู่มวลมนุษยชาติ ดังนั้น การจัดและตกแต่งสวนรวมทั้งกิจกรรมต่างๆ จึงมุ่งเน้นการสื่อสารให้เห็นความสำคัญของธรรมชาติ และความรักที่ธรรมชาติมีต่อมวลมนุษย์ โดยเฉพาะพืชพรรณไม้ต่างๆ ที่ล้วนมีประโยชน์และคุณค่าต่อทุกชีวิต โดยให้ที่พักพิง คือ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ให้อาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ให้เครื่องนุ่งห่ม คือ เส้นใยไหมหม่อนที่นำมาทอเป็นเสื้อผ้าที่สวยงาม และให้ยารักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ดังนั้น มนุษย์ จึงควรตระหนักในความสำคัญของธรรมชาติ และตอบแทนธรรมชาติด้วยการดูแลรักษา ทะนุบำรุง และขยายพันธุ์ ให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้นๆ ไป
และความรักที่ธรรมชาติมีต่อมวลมนุษย์นี้ เปรียบได้ดังความรักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ด้วยทรงห่วงใยและก่อตั้งโครงการในพระราชดำริต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันปกแผ่ให้ความร่มเย็นแก่ทุกชีวิตใต้ร่มพระบารมี
ราชพฤกษ์ 2549 – เปิดโลกแห่งอารยธรรมอันล้ำค่าไม่เพียงเป็นงานมหกรรมพืชสวนโลก ที่นำเสนอความหลากหลายของพรรณพืช ไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพร และเทคโนโลยี รวมทั้งวิชาการด้านพืชสวนที่ทันสมัยของโลกเท่านั้น แต่ราชพฤกษ์ 2549 ยังจะเป็นงานที่รวบรวมกิจกรรมการแสดงที่มีสาระประโยชน์ มีคุณค่า และแสดงถึงวัฒนธรรมอันล้ำค่าของแต่ละท้องถิ่น แต่ละชาติ/ภาษาไว้อย่างครบครัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามล้ำค่าของดินแดนล้านนา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมที่เก่าแก่ซึ่งสืบทอดกันมายาวนานหลายศตวรรษ
นอกจากนี้ผู้ชมงานยังจะมีได้พบกับการแสดงศิลปะ วัฒนธรรม จากนานาชาติ ที่มิตรประเทศของไทยจากทั่วโลกร่วมนำเสนอตลอดระยะเวลาการจัดงาน
งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 จึงเป็นงานมหกรรมแห่งการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ที่ประชาชนชาวไทย ต้องไม่พลาดในการเข้าชม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองและเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสมหามงคลโดยพร้อมเพรียงกัน


+++++ ถ้ามีโอกาสที่จะไปงานนี้ได้ก็ไปชมงานดูนะน่าสนใจมากเลย ขอให้สนุกนะจ๊ะ +++++

Friday, September 29, 2006


Biography for Daniel Radcliffe
Birth name
Daniel Jacob Radcliffe
Nickname
Dan
Height
5' 7" (1.70 m)
Mini biography
Daniel Jacob Radcliffe was born on July 23rd, 1989 to Alan Radcliffe and Marcia Gresham. He began performing in small school productions as a young boy. Soon enough, he landed a role in David Copperfield (1999) (TV), as the young David Copperfield. A couple of years later, he landed a role as Mark Pendel in The Tailor of Panama (2001), the son of Harry and Louisa Pendel (Geoffrey Rush and Jamie Lee Curtis). Lee Curtis had indeed pointed out to Daniel's mother that he could be Harry Potter himself. Soon afterwards, Daniel was cast as Harry Potter by director, Chris Columbus in the film that hit theatres in November 16, 2001, Harry Potter and the Sorcerer's Stone (2001). He was recognized worldwide after this film was released. Pleasing audiences and critics everywhere, filming on its sequel, Harry Potter and the Chamber of Secrets (2002), commenced shortly afterwards. He appeared again as Harry in Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004) directed by Alfonso Cuarón, and then appeared in Harry Potter and the Goblet of Fire (2005) directed by Mike Newell. Shortly afterwards, he finished filming December Boys (2006) in Adelaide, Australia, Kangaroo Island, and Geelong, Australia which began on the 14th of November, 2005 and ended sometime in December. On January 27th, 2006, he attended the South Bank Awards Show to present the award for "Breakthrough Artist of the Year" to Billie Piper. Dan's set to reprise his famous character once again for the next installment of the Harry Potter series, Harry Potter and the Order of the Phoenix (2007), which filming begins sometime early in February 2006.

Saturday, September 09, 2006

*+*มาทายนิสัยจากไอติมกันดีกว่า*+*

ชอบทานไอศครีมแบบ Topless คือไม่ใส่อะไรเพิ่ม ไม่เติมท้อปปิ้งใดๆ
>>แสดงว่า คุณเป็นคนที่อนุรักษ์นิยม ค่อนข้างหัวโบราณ ชอบทำอะไรมีระเบียบแบบแผนไม่ค่อย ทำอะไรตามอารมณ์ เหตุผลจะมาก่อนเสมอ ในแง่มุมของความรัก คุณจะรักอย่างมีสติ สามารถแยกแยะได้ระหว่างรักกับหลง ในกรณที่มีหวานใจแล้ว คุณก็ใช้เหตุผลในการไกล่เกลี่ยเวลาที่มีปัญหา ไม่มีทางใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด

ชอบทานไอศครีมรสเดียว แต่หลากหลายรูปแบบ เช่น ชอบทานรสสตรอเบอร์รี่ ก็จะสั่งรสสตรอเบอร์รี่แบบต่างๆ มาทานในถ้วยเดียว เช่นเลือกได้ 3 สกู๊ป ก็จะมีรสสตรอเบอร์รี่ธรรมดา + เชอร์เบทสตรอเบอร์รี่ + สตรอเบอร์รี่-กล้วยหอม
>>แสดงว่า คุณมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์ในตัวเอง ชอบค้นคว้า ทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ในแง่มุมความรัก คุณอาจเป็นคนหลายใจนะ ชอบคนแบบหนึ่ง แต่อาจจะชอบหลายคนในเวลาเดียวกัน ฉะนั้นระวังรถไฟชนกันให้ดี แต่ทางที่ดีที่สุดคือ ตัดสินใจไปเลยว่า ใครโดนใจคุณที่สุด มิเช่นนั้นแล้ว อาจจะไม่มีใครเหลือเลย

ชอบทานไอศครีมรสใหม่อยู่เสมอ อะไรที่เป็นโปรโมชั่นอยู่ก็จะเลือกรสนั้น หรือเลือกรสไม่ซ้ำกันเลยสักครั้ง
>>แสดงว่า คุณเป็นคนที่ไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ ชอบการผจญภัย หาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิตอยู่เสมอ เป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ในแง่มุมของความรัก คุณเป็นคนไม่ยึดติดกับใคร ถ้าคนคนนั้นยังไม่ใช่ตัวจริง คุณจะยังรักชีวิตโสดอย่างสุดๆ สนุกสนานเพลิดเพลินไปเรื่อยๆ

ชอบไอศครีมรสที่แตกต่างกันมากๆ อาทิเช่น ขาเขียวกับเชอร์เบตมะนาว
>>แสดงว่า คุณเป็นคนสองบุคลิกภาพ อาจจะทำให้หลายคนแปลกใจว่า คุณเป็นแบบไหนกันแน่ เช่น ในมุมหนึ่งคุณอาจเป็นคนเปรี้ยวจนเข็ดฟันเวลาเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า แต่ในเวลาที่ไปเที่ยวแบบลุยๆ คุณก็สามารถแปลงร่างเป็นลูกสาวกำนัน ก๋ากั่นแก่นเซี้ยวขึ้นมาซะอย่างงั้น

ชอบไอศครีมเชอร์เบต (มีรสเปรี้ยว)
>>แสดงว่า คุณมีความเป็นผู้หญิงสูงมาก ชอบแต่งตัวสวยงาม สรรหาของกระจุกกระจิกมาใช้อยู่เสมอ ถ้าเป็นผู้ชาย จะเป็นผู้ชายที่มีความอ่อนโยน นุ่มนวลอยู่ใกล้ๆ แล้วรู้สึกอบอุ่น ชอบดูแลทุกคน ไม่เพียงคนรักของคุณเท่านั้น คุณพร้อมจะช่วยเหลือทุกคนที่อยู่รอบตัว ใครได้คุณเป็นแฟน ถือว่าโชคดีมากๆ เลยนะ

ชอบทานไอศครีมแบบโคน
>>แสดงว่า คุณเป็นคนที่รักอิสระมากๆ เป็นคนสนุกสนาน ไปไหนไปกัน ลุยได้ทุกสถานการณ์ ไม่ติดหรู เข้ากับคนได้ง่าย แต่คนที่จะมาเป็นเพื่อนกับคุณ คงต้องออกแนวเดียวกับคุณ เพราะถ้าเป็นคุณหนูเกินไป ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน

Tuesday, August 08, 2006

ขำขันต่างแดน






มองดี ๆ มันเปนแผนที่โลกนะจ๊ะ...ประเทศไทยอยู่ไหนเอ่ย?